MENU

Fun & Interesting

เป็นอิสระต่อความคิด มันคิดทั้งวันก็ไม่มีเรา หลวงพ่อสรศักดิ์ โชติโย

C Dedo Channel 814 3 weeks ago
Video Not Working? Fix It Now

วัดป่าเลโค๊ะ อ.แม่สอด จ.ตาก การเจริญสติตามแนวทางของ หลวงพ่อสรศักดิ์ โชติโย วัดป่าเลโค๊ะ อ.แม่สอด จ.ตาก 1. “มีสติรู้สึกตัวกับการเคลื่อนไหวของกาย” • มีสติ รู้สึกตัว รู้อยู่กับการเคลื่อนไหวของกาย ต่อเนื่องทั้งวัน ทำให้มันเป็นความเคยชิน มันเผลอไปก็เอากลับมารู้ตัว อย่าไปเผลอเพลินกับความคิด ○ ใหม่ๆมันจะเผลอไปอยู่เรื่อย มันไปทั้งวัน ก็เอากลับมารู้ตัวทั้งวัน ○ มันยากแต่ทีแรกน่ะแหละ เพราะต้องบังคับมัน เพราะความเคยชินของมัน มันจะต้องออกไปข้างนอกอยู่เรื่อย แต่ต่อไปจะเป็นความเคยชินที่จะรู้ตัว 2. “เห็นความคิด แล้วให้รู้ไว้เฉยๆ ไม่ไปกับความคิด” • ต่อไปสติจะสะสมจนเป็นสมาธิ แล้วจิตจะตั้งมั่น แล้วมันจะไปเห็นจิต เห็นความนึกคิดปรุงแต่ง เห็นมันคิด เมื่อมีสติเห็นความคิดได้แล้ว ก็ไม่ต้องดูกายเคลื่อนไหวแล้ว ให้รู้เฉยๆอย่างเดียว มันคิดก็ปล่อยให้มันคิด แต่อย่าไปกับมัน ไม่คิดต่อ ก็กลับมารู้เฉยๆ ถ้ารู้เฉยๆได้แล้วนะ ถ้ารู้เฉยๆไม่ได้ ยังไม่ทันความคิด ก็เอากลับมารู้ตัวเหมือนเดิม คิดไปก็ไม่เป็นไร คิดไปก็เอากลับมารู้ตัวอีก ○ การรู้เฉยๆ มันจะไม่มีเรา ตัวตนมันจะจางไปเรื่อยๆ ○ คิดทั้งวัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ มันคิดไปก็ให้รู้เฉยๆอย่างเดียว ถ้าใครรู้เฉยๆได้แล้วนะ ถ้ารู้เฉยๆไม่ได้ ก็เอากลับมารู้ตัว ทำอย่างนี้ทั้งวันตั้งแต่ตื่นจนหลับ ○ แรกๆมันจะฝืนหน่อย ต่อไปมันจะเป็นความเคยชิน มันจะเป็นเองอัตโนมัติ มันคิดไปเรื่องเดิมซ้ำๆซากๆ ก็เอากลับมารู้ตัวซ้ำๆซากๆ ○ รู้เฉยๆ คือไม่เข้าไปเป็นกับอารมณ์ที่มากระทบ ทำใจให้เป็นกลาง อย่าเข้าไปเป็นอะไรกับเขา ทำให้ต่อเนื่องจนเป็นอัตโนมัติ แล้วเขาจะเป็นเอง ทำสบายๆ ทำให้ต่อเนื่อง เดี๋ยวเขาจะเป็นเอง ○ เมื่อสติเราดีแล้ว เราจะทันความคิด เราจะเห็นความคิด เห็นมันคิด แล้วทุกข์เราจะเบาลง ที่เราทุกข์เพราะเราไม่ทันความคิด เราไม่มีสติ เราไปกับความคิด เมื่อสติดี เราจะทันความหงุดหงิด ทันความโกรธ จะเห็นมันหงุดหงิด เห็นมันโกรธ แล้วเราจะไม่ไปหงุดหงิด ไม่ไปโกรธกับมัน ○ ถ้าไม่มีสติ เราจะไม่ทันความโกรธ เพราะเรากับความโกรธ จะเป็นอันเดียวกัน เป็นเนื้อเดียวกัน เราจึงแยกไม่ออก ระหว่างความโกรธกับเรา พอมีสติ เราจะทันความโกรธ จะเห็นมันโกรธ ไม่ใช่เราโกรธ แล้วเราจะไม่ไปโกรธกับมัน มันจะเบาไปเรื่อยแล้วตัวตน มานะทิฐิจะเบาลงๆ ○ แต่ก่อนเราจะไม่รู้เลยว่าเราโกรธ ต่อไปสติมันไวขึ้นๆ เราจะทันความโกรธเร็วขึ้นๆ ความโกรธจะสั้นลงๆ 3. “รู้ไว้เฉยๆไปเรื่อยๆ จะเหลือแต่ผู้รู้” • พอเห็นความคิดแล้วรู้เฉยๆไปเรื่อยๆ ตัวตนมันจะค่อยเบาค่อยบางไปเอง มันจะถี่เข้าๆ มันจะหดเข้ามา หดเข้ามา จนเหลือแต่ผู้รู้ ความคิดมันจะหดสั้นเข้าๆ จนเหลือแต่ผู้รู้ ○ ตอนนี้ผู้รู้ยังเป็นผู้หลงอยู่ และก็ยังทิ้งผู้รู้ไม่ได้ ยังต้องเกาะผู้รู้ไปก่อน ยังไม่ถึงเวลาทิ้ง เหมือนเรือยังไม่ถึงฝั่ง ก็ต้องเกาะเรือไว้ก่อน เมื่อถึงฝั่งแล้ว ก็ทิ้งเรือได้ เหลือแต่รู้อันเดียว เป็นรู้ที่ไม่มีเจ้าของ เป็นรู้ล้วนๆ ไม่มีตัวมีตน เพราะว่าทิ้งผู้รู้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ยังต้องเกาะผู้รู้ไปก่อน ไม่งั้นจะเอาไปอยู่กับอะไร ก็รู้เฉยๆไป มันคิดไปไหนมาก็รู้เฉยๆ มันชอบก็รู้เฉยๆ ไม่ชอบก็รู้เฉยๆ ○ เมื่อเหลือแต่รู้ ไม่มีตัวตนแล้ว ไม่มีกู ไม่มีมานะทิฐิ สำคัญตัวว่าดีกว่าคนโน้น ดีกว่าคนนี้ ก็พ้นจากทุกข์ ในความคิดปรุงแต่งก็ไม่มีกู มีแต่ความคิดล้วนๆ ○ ถ้ารู้เฉยๆ ความเป็นเราในความรู้สึกจะน้อยลง เบาลงๆ จนหมดตัวหมดตนนั่นแหละ มันจะทิ้งผู้รู้เอง ไม่ใช่เราจะไปทิ้งมัน มันจะหมดความหมายเอง เป็นผ้าเช็ดเท้าไปเอง เพราะมันไม่มีความสำคัญตัวสำคัญตนแล้ว มันก็หมดตนหมดตัว 4. “เมื่อเหลือแต่ผู้รู้ ก็ยังคงรู้ไว้เฉยๆ จนเหลือแต่รู้ล้วนๆ รู้ที่ไม่มีเจ้าของ” • เมื่อรู้เฉยๆ ไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่รู้ล้วนๆ รู้ที่ไม่มีเจ้าของแล้ว มันก็หมดตัวตน ตัวกู ไม่มีมานะทิฐิ ไม่มีตัวกูในความคิด ○ มันจะว่างก็รู้เฉยๆ อย่าเข้าไปว่างกับมัน ว่างก็เป็นอาการเกิดดับ มันจะเฉย เฉยก็เป็นอาการเกิดดับ อย่าเข้าไปเฉย เอ้อ ว่าเฉยสบายดี มันจะว่าง จะเฉย ไม่ต้องสนใจมัน ไม่ต้องไปให้ราคา ○ มันสงสัยขึ้นมา ก็รู้เฉยๆอีก อย่าไปสงสัยกับมัน สงสัยว่ามันใช่หรือเปล่า ก็รู้เฉยๆ อย่าไปปรุงแต่ง ตัดไปเลย เอากลับมารู้เฉยๆเหมือนเดิม ไม่ให้ค่า ไม่ให้ราคา เดี๋ยวก็หมดตัวตน เป็นผ้าเช็ดเท้า มานะทิฐิก็ไม่มี กิเลสก็ไม่มี หมดกู คิดไปไหนก็ไม่มีกูอยู่ในความคิด คิดทั้งวันก็เป็นสังขารล้วนๆ เป็นความคิดล้วนๆ ไม่มีเจ้าของเหมือนแต่ก่อน ไม่มีเราอยู่ในความคิด เรียกว่าเป็นอิสระจากความคิด เป็นอิสระจากการปรุงแต่ง มันก็ไม่ทุกข์แล้ว เพราะว่ามันไม่มีเราอยู่ในความคิด ไม่มีใครไปยึดเอาสังขารปรุงแต่งมาเป็นเจ้าของเหมือนแต่ก่อน จะเป็นธรรมชาติ เป็นปกติ จิตเป็นปกติ • สรุป 1.ฝึกมีสติ รู้สึกตัว รู้กายเคลื่อนไหว ต่อเนื่องทั้งวัน มันเผลอไป ก็เอากลับมารู้ตัวอีก 2.เมื่อสติทันเห็นความคิดได้แล้ว ให้รู้เฉยๆ เมื่อมันคิดขึ้นมา ชอบใจ ไม่ชอบใจ ก็ให้รู้เฉยๆ 3.เมื่อมีสติทันความคิดไวเข้าๆ ความคิด ความโกรธ สั้นเข้าๆ จะเหลือแต่ผู้รู้ ผู้รู้ก็ยังเป็นผู้หลงอยู่นะ 4.ให้รู้เฉยๆเช่นเดิม มันจะว่าง จะเฉย จะสงสัย ก็รู้เฉยๆ สุดท้ายจะเหลือแต่รู้ล้วนๆ รู้ที่ไม่มีเจ้าของ จะหมดตัวหมดตน ไม่มีเราในความคิด มันจะคิดทั้งวัน ก็ไม่มีเราในความคิด จึงไม่ทุกข์เพราะความคิดอีกต่อไปแล้ว

Comment