ระวัง ❗️โดนหลอก แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อม หรือแค่แบตไฟหมด ดูยังไง ดูดีๆ คลิปนี้มีคำตอบ
แบตเตอรี่รถยนต์ชนิดกรดตะกั่วชนิด SMF ยี่ห้อ Puma รุ่น 75B24L 12V 58Ah
CCA (Cold Cranking Amps)
580 CCA ถือว่าเป็นค่าที่ดีสำหรับแบตเตอรี่ขนาดนี้ ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่นี้ยังมีความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงเพียงพอในสภาวะเย็น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าแบตเตอรี่ยังอยู่ในสภาพที่ดี
ความต้านทานภายใน (Internal Resistance)
5.15 มิลลิโอห์ม เป็นค่าความต้านทานที่ต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะยิ่งค่าความต้านทานต่ำ แบตเตอรี่ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการส่งกระแสไฟฟ้า ค่าความต้านทานที่ต่ำบ่งบอกว่าแบตเตอรี่นั้นมีสภาพที่ดีและยังคงมีความสามารถในการจ่ายไฟได้ดี
สรุป
จากค่าที่คุณวัดได้ แบตเตอรี่ Puma รุ่นนี้ยังอยู่ในสภาพที่ดี ทั้งในแง่ของ CCA และความต้านทานภายใน ซึ่งหมายความว่ายังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อทำการคายประจุแบตเตอรี่จนแรงดันไฟฟ้าลดลงเหลือ 11.17V จะส่งผลต่อค่า CCA และค่าความต้านทานดังนี้:
ค่า CCA (Cold Cranking Amps)
CCA จะลดลง: เมื่อแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ลดลงเนื่องจากการคายประจุ ความสามารถของแบตเตอรี่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูงในช่วงสั้น ๆ ก็จะลดลงด้วย ดังนั้นค่า CCA จะลดลงตามไปด้วยเมื่อแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ต่ำลง
ค่าความต้านทานภายใน (Internal Resistance)
ค่าความต้านทานจะเพิ่มขึ้น: เมื่อแบตเตอรี่ถูกคายประจุ ความต้านทานภายในจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลดลง นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของค่าความต้านทานยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในเซลล์แบตเตอรี่ที่เกิดขึ้นระหว่างการคายประจุ
สรุป
เมื่อแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ลดลงถึง 11.17V ค่า CCA จะลดลงและค่าความต้านทานภายในจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของแบตเตอรี่กรดตะกั่ว เนื่องจากการลดลงของประจุไฟฟ้าจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟฟ้าลดลงและความต้านทานภายในเพิ่มขึ้น
ถ้าแบตเตอรี่ของคุณถูกคายประจุจนแรงดันไฟฟ้าลดลงเหลือ 11.17V และคุณไม่ได้ปล่อยให้แบตเตอรี่ค้างอยู่ในสภาพนี้นานเกินไป แบตเตอรี่จะยังไม่เสียและสามารถฟื้นฟูได้โดยการชาร์จใหม่ อย่างไรก็ตาม มีบางประเด็นที่ควรระวัง:
ผลกระทบจากการคายประจุต่ำ
การคายประจุอย่างลึก (Deep Discharge): การปล่อยให้แบตเตอรี่กรดตะกั่วลดลงจนแรงดันไฟฟ้าต่ำมากๆ อย่างต่อเนื่องสามารถทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้ ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงและอายุการใช้งานสั้นลง
การเกิดซัลเฟต (Sulfation): เมื่อแบตเตอรี่คายประจุจนแรงดันต่ำ อาจเกิดการสะสมของคริสตัลซัลเฟตบนแผ่นธาตุ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการชาร์จคืนอย่างเหมาะสม อาจทำให้การฟื้นฟูความจุเต็มของแบตเตอรี่ทำได้ยากและทำให้แบตเตอรี่เสียหายอย่างถาวร
ข้อแนะนำ
การชาร์จคืน: ควรชาร์จแบตเตอรี่กลับให้เต็มโดยเร็วหลังจากที่แรงดันไฟฟ้าลดลง การชาร์จคืนอย่างเต็มที่สามารถช่วยฟื้นฟูความสามารถในการจ่ายกระแสและลดความเสี่ยงของการเกิดซัลเฟต
หลีกเลี่ยงการคายประจุอย่างลึกบ่อยครั้ง: พยายามรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยปกติควรหลีกเลี่ยงการคายประจุจนแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 12V
สรุป
ถ้าแบตเตอรี่เพิ่งถูกคายประจุและคุณสามารถชาร์จคืนได้อย่างรวดเร็ว โอกาสที่แบตเตอรี่จะเสียหายมีน้อย แต่หากการคายประจุอย่างลึกเกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือแบตเตอรี่ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพคายประจุเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้
หากคุณสังเกตว่าแบตเตอรี่เริ่มสูญเสียประสิทธิภาพในการเก็บประจุหรือการจ่ายกระแสไฟ อาจเป็นสัญญาณว่ามีความเสียหายบางส่วนแล้ว
⚡⚡สอบถามข้อมูลได้ที่บีบีแบตเตอรี่⚡⚡
📞 02 - 931 - 1735
📞 08 - 7908 - 4528
📞 08 - 4332 - 2319
✅ เว็บไซต์ : https://www.batterybbdelivery.com/
✅ LINE OFFICIAL : @bbbattery หรือคลิก https://lin.ee/GM8o03f
#คายประจุแบตเตอรี่
#แบตเตอรี่รถยนต์
#ดูแลแบตเตอรี่
#ทดสอบแบตเตอรี่
#ชาร์จแบตเตอรี่
#ซัลเฟตแบตเตอรี่
#แบตเตอรี่กรดตะกั่ว
#แบตเตอรี่SMF
#แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่
#การบำรุงรักษาแบตเตอรี่
#แบตเสื่อม
#แบตหมด