พาร์ค โซดัม
Parasite ชนชั้นปรซิต
มะเร็งไทรอยด์
มะเร็งของเนื้อเยื่อไทรอยด์ โดยตรงสามารถแบ่งออกตามการแบ่งตัวได้ 3 กลุ่ม ได้แก่
Well Differentiated Thyroid Cancer ประกอบด้วย 2 กลุ่มย่อยได้แก่ Papillary Cell Carcinoma และ Follicular Cell Carcinoma ทั้งสองกลุ่มย่อยนี้มีความรุนแรงและช่องทางการกระจายตัวต่างกัน โดย Papillary Cell Carcinoma มีช่องทางการกระจายตัวผ่านระบบน้ำเหลือง จึงมีการพบมะเร็งชนิดนี้กระจายไปต่อมน้ำเหลืองข้างลำคอได้บ่อย ๆ ในขณะที่ Follicular Cell Carcinoma มีช่องทางการกระจายตัวไปตามระบบโลหิตจึงมีการแพร่กระจายไปฝังตัวในกระดูก ปอด ตับ สมอง ได้ จึงทำให้ความรุนแรงของโรคมักรุนแรงกว่ามะเร็งชนิด Papillary Cell Carcinoma
Poorly Differentiated Thyroid Cancer
Anaplastic Cell Carcinoma
ทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีการดำเนินของโรคและความรุนแรงของโรคแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกลุ่ม Well Differentiated Thyroid Cancer ซึ่งมีจำนวนสูงสุดในจำนวนมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด คือประมาณ 80 – 90%
2. มะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของต่อมไทรอยด์ ได้แก่ Medullary Cell Carcinoma
อาการ
ผู้ป่วยมักมีปัญหาเรื่องก้อนที่ลำคอ (Thyroid Nodule) ตำแหน่งของต่อมไทรอยด์จะอยู่หน้าต่อกระดูกคอหอย ซึ่งโดยปกติจะแบนและคลำต่อมไทรอยด์ไม่ได้
เมื่อใดก็ตามที่พบว่าบริเวณดังกล่าวมีก้อนหรือปุ่มปม ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย
ก้อนเหล่านี้มักโตช้ามากจนผู้ป่วยอาจคิดว่าไม่เป็นไรและละเลย
มะเร็งชนิดนี้มักไม่มีอาการ ในรายที่มีอาการก็จะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่มีการแพร่กระจาย
การตรวจวินิจฉัย
การวินิจฉัยว่าก้อนที่ต่อมไทรอยด์เป็นมะเร็งหรือไม่ มีหลายวิธี อาจให้ยา Thyroid Hormone เพื่อดูการตอบสนอง การถ่ายภาพรังสีต่าง ๆ เช่น Thyroid Scan จนถึง Ultrasound ก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้อย่างแน่นอนว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ การวินิจฉัยมะเร็งของต่อมไทรอยด์มีเพียงการดู Cell ซึ่งได้จากการเจาะ ดูด หรือการผ่าตัดเท่านั้นจึงจะให้การวินิจฉัยที่สมบูรณ์ได้
การบำบัดรักษา
หลังตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ การผ่าตัดถือว่าเป็นการรักษาที่สำคัญและจำเป็นที่สุด ซึ่งการผ่าตัดอาจทำได้หลายวิธี ได้แก่ การตัดต่อมไทรอยด์ อาจผ่าตัดออกทั้งหมด หรือเพียงบางส่วน หรือในบางรายที่มีการกระจายไปในต่อมน้ำเหลือง การผ่าตัดอาจจะต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบใด ก็จะมีเนื้อไทรอยด์เหลือค้างอยู่ทุกครั้ง
เนื่องจากมะเร็งไทรอยด์โดยเฉพาะกลุ่ม Papillary Cell มีลักษณะเฉพาะตัวคือ ตัวมะเร็งอาจมี Multifoci คือ มีได้หลาย ๆ ตำแหน่ง ซึ่งขนาดของมะเร็งอาจเล็กมากจนตามองไม่เห็น และเมื่อนานไปมะเร็งอาจโตขึ้นได้ ดังนั้นเนื้อเยื่อไทรอยด์ที่เหลือจากการผ่าตัดจึงอาจมี Small Focus หรือกลุ่มของเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่โดยที่ไม่สามารถทราบได้จึงมีการรักษาต่อเนื่องหลังจากการผ่าตัดเพื่อทำลายเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่ ซึ่งภายในเนื้อเยื่อที่เหลือเหล่านั้นอาจมีกลุ่มของเซลล์มะเร็งอยู่ด้วย
มีการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์หลังการผ่าตัด เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับรังสีไอโอดีนหลังการผ่าตัดกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาต่อด้วยรังสีไอโอดีนพบว่า กลุ่มที่ได้รับการรักษาจะมีอัตราการกลับเป็นซ้ำน้อยกว่า และลดอัตราการตายจากมะเร็งชนิดนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามจะมีผู้ป่วยในกลุ่มนี้จำนวนหนึ่ง ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อด้วยรังสีไอโอดีน ซึ่งผู้ป่วย Well Differentiated Thyroid Cancer ส่วนมากควรได้รับการรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีไอโอดีน
รังสีไอโอดีน ไอโอดีนบนโลกนี้มีหลายไอโซโทป ไอโอดีนที่อยู่ในอาหารทะเล และเกลือทะเลเป็นไอโอดีนที่เสถียร ไม่แตกตัวให้อนุภาคหรือรังสีใด จึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่กลับเป็นประโยชน์ เนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งผลิตขึ้นในร่างกายต้องใช้ไอโอดีนเป็นสารตั้งต้น ร่างกายจึงไม่สามารถขาดธาตุไอโอดีนได้ แต่ในไอโอดีนที่ใช้ในด้านการแพทย์นั้นมักจะมีรังสี คือ สามารถแตกตัวให้รังสีได้ รังสีนี้อาจก่อให้เกิดประโยชน์หรือโทษได้จึงต้องมีการควบคุมและพิจารณาการใช้อย่างเหมาะสม รังสีไอโอดีนที่นำมาใช้ คือ I-131 ซึ่งในภาษาไทยเรียกว่า น้ำแร่ (Radioactive iodine, RAI) ที่สามารถอยู่ได้ใน 2 สภาพคือ น้ำยา และแคปซูล มีสรรพคุณไม่แตกต่างกัน ข้อดีของแคปซูล คือ กลืนง่าย ไม่ปนเปื้อน
น้ำแร่ (RAI) เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์ รังสีส่วนเกินจะถูกขับออกทางอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลาย โดยเฉพาะน้ำปัสสาวะ เป็นแหล่งของการขับน้ำแร่ออกจากร่างกายสูงสุด เมื่อน้ำแร่ซึมเข้าสู่ต่อมไทรอยด์ น้ำแร่จะให้รังสีเบตาและรังสีแกมมา รังสีเบตาซึ่งเข้มข้นในต่อมไทรอยด์สามารถเคลื่อนที่ได้เล็กน้อย ในระหว่างการเคลื่อนที่รังสีเบตาจะถ่ายเทพลังงานให้เนื้อเยื่อไทรอยด์ที่วิ่งผ่าน ซึ่งเนื้อเยื่อเหล่านี้เมื่อได้รับพลังงานจะเกิดปฏิกริยา Oxidation ผลคือเซลล์ของต่อมไทรอยด์จะถูกทำลาย ซึ่งอาจรวมถึงเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่หลังการผ่าตัด
ดูแลหลังผ่าตัด